ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพลังงานไทยที่ดำเนินงานเคียงคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยดำเนินกิจการหลักด้วยการประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบทั้งจากแหล่งต่างประเทศ และภายในประเทศ เข้ากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน กำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวันและจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงได้ขยายกิจการสู่ธุรกิจการค้าน้ำมัน ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัทมีเป้าหมายสูงสุดที่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนแก่กิจการ
แพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติบโต
  • การบูรณาการธุรกิจแบบครบวงจร
  • การกระจายความเสี่ยงกลุ่มธุรกิจ
  • วินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน

โรงกลั่นแบบ Complex Refinery ที่ครบครันด้วยหน่วยแปลงและสกัดน้ำมันที่ช่วยเพิ่มมูลค่า ซึ่งเชื่อมโยงอย่างครบวงจรกับโครงข่ายธุรกิจค้าน้ำมัน

ธุรกิจการตลาด

สถานีบริการน้ำมันที่ตั้งอยู่ในใจกลางของความต้องการใช้และแหล่งยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งยังผสานด้วยธุรกิจ non-oil เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อการใช้งานพื้นที่ให้สูงสุด

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

ปริมาณวัตถุดิบที่แน่นอนซึ่งตรงกับปริมาณความต้องการ
ใช้ไบโอฟูเอล

ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  • ปรับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
    จัดการสินทรัพย์อย่างมีเหตุผล และปฏิบัติการควบคุมต้นทุน
โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว

ธุรกิจที่สร้างรายได้ที่แน่นอน โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แน่นอน

ธุรกิจต้นน้ำ
  • การผสมผสานสินทรัพย์อย่างลงตัว
    ประกอบด้วยสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินการผลิต รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการพัฒนา และสำรวจสินทรัพย์ที่น่าสนใจ
ธุรกิจปลายน้ำ
  • ธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจตลาดแหล่งรายได้ที่สำคัญของบริษัท
  • การประสานผลประโยชน์
    ธุรกิจแบบบูรณาการครบวงจรช่วยให้บริษัทฯ บริหารผลกำไรได้อย่างเหมาะสมตลอดวงจรธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน

โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ เป็นโรงกลั่นแบบ Complex Refinery ที่ทันสมัย กำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน

สามารถผลิตน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลซึ่งเป็นน้ำมันที่มีมูลค่าสูงได้เป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานยูโร 4 ของภาครัฐ อีกทั้ง บริษัทฯ เป็นรายแรกในเอเชียที่ผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 มาตรฐานยูโร 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีค่าซัลเฟอร์ ต่ำกว่า 10 ส่วนในล้านส่วน หรือลดลงถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานยูโร 4 อีกด้วย บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มเสถียรภาพ ด้านพลังงานในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม (Cogeneration Power Plant) รวมถึงใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทดแทนการใช้น้ำมันเตา พร้อมเพิ่ม ประสิทธิภาพของกระบวนการกลั่นน้ำมันในโครงการ 3E และ YES-R ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตของ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับการผลิตและการปฏิบัติการด้านการผลิตเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดดังนี้

  • ติดตั้งและเริ่มใช้งานระบบควบคุมอัตโนมัติ (Advanced Process Control, APC) ที่หน่วยกลั่นที่ 2 และ 4 ส่งผลให้ ระบบการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้พลังงานลดลง
  • จัดเตรียมความพร้อมด้านกระบวนการผลิต ถังน้ำมัน ท่อรับจ่ายน้ำมัน รวมถึงเรือรับส่งน้ำมัน ให้สามารถดำเนินการ กลั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง เป็นผลให้ในปี 2559 มีกำลังกลั่นเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 101 พันบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 96 พันบาร์เรลต่อวัน แม้ว่าในปีนี้มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามแผนการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึง 23 มีนาคม รวมจำนวน 45 วัน ซึ่งสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ อีกทั้งสามารถรักษากำลังกลั่นอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
  • มีการวางแผนจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบเพื่อให้ได้ GRM อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดำเนินการใช้สัญญาอนุพันธ์ (Roll Month) เพื่อลดต้นทุนการซื้อน้ำมันดิบ ส่งผลให้มีค่าการกลั่นพื้นฐานเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 5.99 เหรียญ สรอ.ต่อบาร์เรล
  • บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยในการดำเนินงานช่วงหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ จึงได้เพิ่มมาตรการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย โดยนำวิธีการทำความสะอาดอุปกรณ์แบบใหม่ (Chemical Decontamination) มาใช้งานครอบคลุมทุกพื้นที่ในโรงกลั่น เพื่อทำให้อุปกรณ์ล้างได้ง่าย สะอาดและปลอดภัยต่อคนทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้เพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมและความตระหนักด้านความปลอดภัยในพนักงานทุกระดับ โดยนำระบบ Process Safety Management (PSM) มาใช้ในการจัดการด้านความปลอดภัยสำหรับงานซ่อมบำรุงใหญ่

กลุ่มธุรกิจการตลาด

ปี 2559 ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตกว่าร้อยละ 76 จำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรงผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 1,075 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 460 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 615 แห่ง (ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2559)

ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเป็น อันดับที่สอง รวมถึงการจำหน่ายให้กลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ภาคก่อสร้างภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม สำหรับสถานีบริการน้ำมันบางจาก มุ่งเน้นจำหน่ายน้ำมันที่เป็นพลังงานทดแทนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสมรรถนะสูง ทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันดีเซล ในปีนี้บริษัทฯ พัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์บางจาก “Green S Revolution” ในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ อาทิ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ E20 และ แก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ระบบฉีดตรง หรือ Direct Injection Gasoline Engine (DIG) โดยเฉพาะ มีคุณสมบัติเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ เพิ่มพลังให้กับเครื่องยนต์ ลดมลภาวะจากการเผาไหม้ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้สถานีบริการของบริษัทฯ ยังพร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ด้วยธุรกิจเสริมต่างๆ ในสถานีบริการเพื่อดึงดูดผู้มาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันบางจากให้เพิ่มขึ้น อาทิ ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟและอาหารจานด่วนปรุงสด และศูนย์บำรุงรักษาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและล้างรถ

ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านใบจาก ร้านเลมอนกรีน ร้านสะดวกซื้อบิ๊กซีมินิ ในสถานีบริการที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ใกล้แหล่งชุมชนกว่า 166 แห่ง ตลอดจนร้าน
“สพาร์ (SPAR)” ซูเปอร์มาร์เก็ตจากประเทศเนเธอร์แลนด์กว่า 6 แห่ง ที่เปิดตัวแห่งแรกในสถานีบริการน้ำมันของบริษัทฯ ถนนราชพฤกษ์ ในเดือนพฤศจิกายน ภายใต้แนวคิด SPAR Fresh & Easy Food Market และมีธุรกิจร้านกาแฟอินทนิล “Inthanin” จำนวนกว่า 402 แห่ง ร้านกาแฟพรีเมียม “Inthanin Garden” จำนวนกว่า 46 แห่ง รวมถึงร้านอาหารจานด่วนปรุงสด “Lemon Kitchen” ซึ่งตั้งอยู่ทั้งภายในบริเวณสถานีบริการบางจาก สถาบันการศึกษาชั้นนำและขยายไปสู่ทำเลการค้าสำคัญต่างๆ นอกจากนี้มีศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและล้างรถ ในกลุ่มธุรกิจ Green Series ซึ่งประกอบด้วย “Green Serve” “Green Wash” และ “Green Tyre”

ปีนี้บริษัทฯ พัฒนาสถานีบริการภายใต้รูปแบบ “Greenovative Experience” เพื่อรองรับวิถีชีวิต คนไทยยุคใหม่ ด้วย กระบวนการ 4R คือ Renewable Recycle Reuse และ Reduce อาทิ การติดตั้ง Solar Roof Top เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ สถานี EV Charger สำหรับรถยนต์ระบบไฟฟ้า เครื่องเก็บขวดพลาสติกอัตโนมัติเพื่อรีไซเคิลเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ระบบการนำน้ำฝนและน้ำใช้แล้วมาใช้รดน้ำต้นไม้ ร้านกาแฟเพื่อสุขภาพที่ใช้แก้วกาแฟย่อยสลายได้และใช้เมล็ดกาแฟออร์แกนิคที่ปลูกด้วยวิธีการรักษาป่าและไม่ใช้สารเคมี การใช้วัสดุอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวร่มรื่น เป็นต้น

นอกจากผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว บริษัทฯ ยังมีการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษ อาทิ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก จาระบีและอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ “BCP Lubricants” ซึ่งมีทั้งการจำหน่ายให้แก่ตลาดภายในประเทศ ผ่านเครือข่ายสถานีบริการบางจาก ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม ตลาด OEM (Original Equipment Manufacturer) และส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

จากความตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง

บริษัทฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซล เพื่อจัดจำหน่าย

ปีนี้บริษัทฯ มีการปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่เป็น “Evolving Greenovation” เพื่อมุ่งสู่กลุ่มบริษัทนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำจึงตั้งเป้าหมายวิจัยพัฒนาต่อยอดพลังงานทดแทน ไปสู่นวัตกรรมสีเขียว ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนเดิมจึงมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเป็น “ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ” ซึ่งประกอบด้วย

  • บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 70 ประกอบธุรกิจผลิตไบโอดีเซลโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบ เป็นวัตถุดิบหลัก ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 810,000 ลิตรต่อวัน หลังจากหน่วยผลิตไบโอดีเซลหน่วยที่สอง แล้วเสร็จในปีนี้
  • บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 85 ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีนี้ มีกำลังการผลิตเอทานอล 150,000ลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจัดหาเอทานอลให้กับบริษัทฯ และรองรับแผนการขยายการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 ในอนาคต
  • บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 21.28 ตั้งอยู่ที่อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง มีกำลังผลิตเอทานอล 400,000 ลิตรต่อวัน

ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว

หลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียวโดยการจัดตั้ง บริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวในปี 2558

โดยโอนขายหุ้นสามัญที่บริษัทฯ ถืออยู่ในบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียวประกอบด้วย บริษัท บางจาก โซลาร์ เอ็นเนอร์ยี จำกัด และบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียวจำนวน 5 บริษัทให้กับบีซีพีจี

ปี 2559 บีซีพีจี ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 30 ของทุนที่ชำระแล้วของ บีซีจีพี ภายหลังการ IPO เพื่อใช้ลงทุนโครงการพลังงานสีเขียวใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ปัจจุบัน ในประเทศไทยบีซีพีจีดำเนินธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ภายใต้โครงการ Sunny Bangchak กำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด 170 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สหกรณ์ในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา กำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด 12 เมกะวัตต์ เริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปี 2559 แล้วรวมทั้งหมด 7 เมกะวัตต์ และจะเริ่มผลิตและหน่ายไฟฟ้าในปี 2560 อีก 5 เมกะวัตต์

บีซีพีจียังมุ่งขยายธุรกิจพลังงานสีเขียวในต่างประเทศ ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท SunEdison Japan มีโรงไฟฟ้พลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นที่เปิดดำเนินการแล้วจำนวน 4 แห่ง กำลังการผลิตติดตั้งรวม 13 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา กำลังการผลิตติดตั้งรวม 185 เมกะวัตต์ (ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2559) ซึ่งภายหลังได้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโครงการ Nikaho กำลังการผลิตติดตั้ง 13 เมกะวัตต์แล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในเดือนกรกฎาคม พร้อมเข้าซื้อโครงการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น ของบริษัท Huang Ming Japan Company Limited ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ณ สิ้นปี 2559 บีซีพีจีมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการแล้วในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งหมด 26 เมกะวัตต์

ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาธุรกิจใหม่

บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท BCP Energy International Pte. Ltd. (BCPE) ขึ้นในประเทศสิงคโปร์

เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ โดยปัจจุบันถือหุ้นสามัญในบริษัท Nido Petroleum Limited ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย ประกอบธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มุ่งเน้นลงทุนในแหล่งแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2559 บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนใน BCPE เพื่อให้ BCPE เพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้นเดิมในบริษัท Nido Petroleum Limited สำหรับการเจาะหลุมประเมินบริเวณพื้นที่ Mid-Galoc ของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Galoc ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ BCPE ใน Nido เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 81.25 เป็นร้อยละ 96.98

แนวโน้มความต้องการใช้งานลิเทียมที่จะเติบโตต่อเนื่อง จากการใช้งานแบตเตอรี่ในโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือก เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพในระบบสายส่งและการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และการใช้งานแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในอนาคต บริษัทฯ จึงจัดตั้งบริษัท BCP Innovation Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมในต่างประเทศ โดยได้เข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญในบริษัท Western Lithium USA Corporation ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น Lithium Americas Corporation บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกา

ในปี 2559 บริษัทได้จัดตั้ง Bangchak Initiative and Innovation Center (BIIC) เพื่อวิจัยและพัฒนา จัดการเทคโนโลยีและเครือข่าย พร้อมทั้งบ่มเพาะธุรกิจ Start-up เพื่อผลักดันบริษัทฯ สู่วิสัยทัศน์องค์กรที่วางไว้ “Evolving Greenovation”มุ่งสู่กลุ่มบริษัทนวัตกรรมสีเขียวชั้นนำในเอเชีย ที่มีบรรษัทภิบาลที่ดีและดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน