กิจกรรมล่าสุด

ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทพลังงานไทยที่ดำเนินงานเคียงคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยดำเนินกิจการหลักด้วยการประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมตั้งแต่การจัดหาน้ำมันดิบทั้งจากแหล่งต่างประเทศ และจากแหล่งน้ำมันดิบภายในประเทศ เข้ามากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน มีกำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวันและจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจากกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงได้ขยายกิจการสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติ ธุรกิจผลิตพลังงานชีวภาพ ธุรกิจ สำรวจและผลิตน้ำมันปิโตรเลียม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านนวัตกรรม ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงให้พลังงานของชาติ และขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความยั่งยืนแก่กิจการ
แพลตฟอร์มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติบโต
  • การบูรณาการธุรกิจแบบครบวงจร
  • การกระจายความเสี่ยงกลุ่มธุรกิจ
  • วินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง

ธุรกิจโรงกลั่น

โรงกลั่นแบบ Complex Refinery ที่ครบครันด้วยหน่วยแปลงและสกัดน้ำมันที่ช่วยเพิ่มมูลค่า ซึ่งเชื่อมโยงอย่างครบวงจรกับโครงข่ายธุรกิจค้าน้ำมัน

ธุรกิจการตลาด

สถานีบริการน้ำมันที่ตั้งอยู่ในใจกลางของความต้องการใช้และแหล่งยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้งยังผสานด้วยธุรกิจ non-oil เพื่อสร้างผลตอบแทนต่อการใช้งานพื้นที่ให้สูงสุด

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

ปริมาณวัตถุดิบที่แน่นอนซึ่งตรงกับปริมาณความต้องการ
ใช้ไบโอฟูเอล

ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  • ปรับความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
    จัดการสินทรัพย์อย่างมีเหตุผล และปฏิบัติการควบคุมต้นทุน
โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียว

ธุรกิจที่สร้างรายได้ที่แน่นอน โรงไฟฟ้าพลังงานสีเขียวมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แน่นอน

ธุรกิจต้นน้ำ
  • การผสมผสานสินทรัพย์อย่างลงตัว
    ประกอบด้วยสินทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินการผลิต รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการพัฒนา และสำรวจสินทรัพย์ที่น่าสนใจ
ธุรกิจปลายน้ำ
  • ธุรกิจโรงกลั่นและธุรกิจตลาดแหล่งรายได้ที่สำคัญของบริษัท
  • การประสานผลประโยชน์
    ธุรกิจแบบบูรณาการครบวงจรช่วยให้บริษัทฯ บริหารผลกำไรได้อย่างเหมาะสมตลอดวงจรธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น

โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ เป็นโรงกลั่นแบบ Complex Refinery ที่ทันสมัย กำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน

สามารถผลิตน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลซึ่งเป็นน้ำมันที่มีมูลค่าสูงได้เป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานยูโร 4 ของภาครัฐ อีกทั้งบริษัทฯเป็นรายแรกในเอเชียที่ผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 มาตรฐานยูโร 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีค่าซัลเฟอร์ต่ำกว่า 10 ส่วนในล้านส่วน หรือลดลงถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับมาตรฐานยูโร 4 อีกด้วย บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม (Cogeneration Power Plant) รวมถึงใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตแทนการใช้น้ำมันเตา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการกลั่นน้ำมันในโครงการ 3E และ YES-R อีกทั้งเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการผลิตของบริษัทฯ ยังได้ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มยกระดับการผลิตและการปฏิบัติการด้านการผลิตเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดดังนี้

  • จัดเตรียมความพร้อมด้านถังน้ำมัน ท่อรับจ่ายน้ำมัน เรือรับส่งน้ำมัน กระบวนการผลิตจากหน่วยต่างๆ ติดตั้งอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนตัวสำรองสำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญ ทำให้สามารถดำเนินการกลั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง เป็นผลให้ในปี 2558 มีกำลังกลั่นเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 113 พันบาร์เรลต่อวัน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 105 พันบาร์เรลต่อวัน
  • สามารถทดสอบกำลังกลั่นสูงสุดได้ที่ 126.6 พันบาร์เรลต่อวัน และในเดือนสิงหาคมสามารถกลั่นเฉลี่ยทั้งเดือนได้ถึง 118.4 พันบาร์เรลต่อวัน สูงสุดนับตั้งแต่เดินเครื่องหน่วย Hydrocrack
  • มีการวางแผนจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบเพื่อให้ได้ GRM อยู่ในระดับที่สูง มี Market GRM เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 9.14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
  • ติดตั้งระบบ Advanced Process Control (APC) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ช่วยในการควบคุมการผลิตเพื่อทำให้ระบบการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้พลังงานลดลง
  • ส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันเตาชนิดพิเศษซึ่งมีส่วนผสมของกำมะถัน 0.3% (Vacuum Low Sulfur Waxy Residue : VLSWR) ไปยังประเทศญี่ปุ่น
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Unconverted Oil (UCO) จำหน่ายให้บริษัท SK Oil ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันหล่อลื่น
  • ด้านสิ่งแวดล้อม ได้ติดตั้งหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำทิ้งเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้น้ำที่มีคุณภาพดีเทียบเท่าน้ำประปา สามารถนำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ลดปริมาณการใช้น้ำลงได้ถึงร้อยละ 20

กลุ่มธุรกิจตลาด

ปี 2558 ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจากกระบวนการผลิตกว่าร้อยละ 76 จำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรงผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 1,072 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 457 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 615 แห่ง (ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558)

ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่สอง รวมถึงการจำหน่ายให้กลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ภาคก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรม สำหรับสถานีบริการน้ำมันบางจากมุ่งเน้นจำหน่ายน้ำมันที่เป็นพลังงานทดแทนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ E20 แก๊สโซฮอล์ E85 และน้ำมันไฮดีเซล พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยธุรกิจเสริมต่างๆ ในสถานีบริการ อาทิ การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านใบจาก ร้านเลมอนกรีน และร่วมมือกับบริษัท บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดร้านสะดวกซื้อ “บิ๊กซีมินิ” ในสถานีบริการที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ใกล้แหล่งชุมชนกว่า 154 แห่ง เพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้า และมีศูนย์บำรุงรักษาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นและล้างรถ ในกลุ่มธุรกิจ Green Series ซึ่งประกอบด้วย “Green Serve” “Green Wash” และ “Green Tyre” รวมถึงมีธุรกิจร้านกาแฟอินทนิล “Inthanin” จำนวนกว่า 377 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ทั้งภายในบริเวณสถานีบริการบางจาก สถาบันการศึกษาชั้นนำและขยายไปสู่ทำเลการค้าสำคัญต่างๆ

ปรับปรุงรูปแบบของสถานีบริการภายใต้รูปแบบ “Bright & Clean Program” ตลอดจนพัฒนาร้านกาแฟพรีเมี่ยมภายใต้แบรนด์ “Inthanin Garden” ที่มีพื้นที่กว้างขวางและทันสมัยมากยิ่งขึ้น จำหน่ายกาแฟออร์แกนิค อราบิก้า 100% บรรจุเครื่องดื่มลงในแก้วชีวภาพที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังขยายไปยังธุรกิจอาหารภายใต้ร้านอาหาร จานด่วนปรุงสด “Lemon Kitchen” และศูนย์รวมร้านอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูง “Lemon Green Square” ภายในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อดึงดูดผู้มาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันบางจากให้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีสถานีบริการน้ำมันบางจากจำนวน 17 แห่งที่รับเชื้อเพลิงก๊าซ NGV มาจำหน่ายเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้แก่ผู้บริโภค โดยนอกจากผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว บริษัทฯ ยังมีการผลิตและจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นและผลิตภัณฑ์พิเศษ อาทิ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรก จาระบีและอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ “BCP Lubricants” ซึ่งมีทั้งการจำหน่ายให้แก่ตลาดภายในประเทศผ่านเครือข่ายสถานีบริการบางจาก ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม ตลาด OEM (Original Equipment Manufacturer) และยังมีการส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ในปี 2558 บริษัทฯ ยังได้พัฒนาและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยเทคโนโลยี Green S คือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ “E20 S” และน้ำมันดีเซล “Hi Diesel S” ที่เติมสารเพิ่มคุณภาพพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ เพิ่มพลังให้กับเครื่องยนต์ลดมลภาวะจากการเผาไหม้ และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน

จากความตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศช่วยลดการขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง

บริษัทฯได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมัน ไฮดีเซลเพื่อจัดจำหน่าย ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนประกอบด้วย

  • บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตไบโอดีเซลด้วยกำลังการผลิต 360,000 ลิตรต่อวันและอยู่ระหว่างสร้างหน่วยผลิตไบโอดีเซลหน่วยที่สอง ขนาดกำลังผลิต 450,000 ลิตรต่อวัน ในบริเวณพื้นที่เดียวกันติดกับคลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบหลัก ตลอดจนดำเนินโครงการพลิกสวนส้มร้างเป็นสวนปาล์มน้ำมัน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันซึ่งให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงกว่าการปลูกพืชชนิดอื่นโดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นดินเปรี้ยวและได้เปิดโครงการ “ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ทุ่งรังสิต” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกปาล์มน้ำมันสำหรับเกษตรกรที่สนใจ
  • บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (ถือหุ้นร้อยละ 21.28) อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอลและแป้งมันสัมปะหลัง มีกำลังผลิตเอทานอล 400,000 ลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจัดหาเอทานอลให้กับบริษัทฯ และรองรับแผนการขยายการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 ในอนาคต
  • ดำเนินธุรกิจการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ภายใต้โครงการ Sunny Bangchak และลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมทั้งหมด 118 เมกะวัตต์

ในปี 2558 บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานไฟฟ้าหมุนเวียนโดยการจัดตั้ง บริษัท บีซีพีจี จำกัด หรือ BCPG เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยโอนขายหุ้นสามัญที่บริษัทฯ ถืออยู่ในบริษัทย่อย ในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประกอบด้วย บจก. บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี และบริษัทย่อยในกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าหมุนเวียนจำนวน 5 บริษัทให้กับบีซีพีจีอีกทั้งอนุมัติแผนการนำ บีซีพีจี เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 30 ของทุนที่ชำระแล้วของ บีซีพีจี ภายหลังการ IPO ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2559

ธุรกิจ E&P

บริษัทฯ ยังมุ่งที่จะเพิ่มรายได้ให้บริษัทฯ มีการเติบโตอย่างมั่นคง และกระจายความเสี่ยงธุรกิจของบริษัทฯ ด้วยการจัดตั้งบริษัท BCP Energy International Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์

เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ โดยปัจจุบันถือหุ้นสามัญในบริษัท Nido Petroleum Limited ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย ประกอบธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มุ่งเน้นลงทุนในแหล่งแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2558 บริษัทฯ ได้ลงทุนเพิ่มสัดส่วนการถือครองในแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Galoc เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ร้อยละ 22.88 เป็นร้อยละ 55.88 ส่งผลให้บริษัท Nido Petroleum Limited เปลี่ยนสถานะเป็น Operatorship ของแหล่งผลิต Galoc และมีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,000 บาร์เรลต่อวัน

ธุรกิจอื่นๆ

ในปี 2558 บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท BCP Innovation Pte.Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมในต่างประเทศ

โดยได้เข้าลงทุนเข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท Lithium Americas Corporation ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกา โดยลิเทียมเป็นธาตุที่มีความต้องการใช้งานมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง