ถาม-ตอบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบางจากฯ
ธุรกิจโรงกลั่น
ค่าการกลั่น (Refining Margin) คืออะไร?
คำตอบ

ค่าการกลั่นเป็นรายได้ของผู้ผลิตหรือโรงกลั่น โดยพิจารณาจากผลต่างระหว่างราคา ณ โรงกลั่นเฉลี่ยทุกผลิตภัณฑ์ตามปริมาณการผลิต กับต้นทุนราคาน้ำมันดิบ (ราคา ณ โรงกลั่น หมายถึง ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นที่หักภาษี และกองทุนต่างๆ แล้ว) ค่าการกลั่นดังกล่าวเป็นค่าการกลั่นโดยรวม ส่วนค่าการกลั่นแยกตามผลิตภัณฑ์น้ำมัน จะพิจารณาจากค่าการกลั่นรวมที่แจงออกมาเป็นค่าการกลั่นของแต่ละผลิตภัณฑ์ ตามสัดส่วนของปริมาณการผลิตและราคา ณ โรงกลั่นของผลิตภัณฑ์น้ำมันในช่วงนั้น ๆ

ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น (Refinery Transfer Price) คืออะไร?
คำตอบ

ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น คือราคาที่โรงกลั่นขายน้ำมันให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ประกอบด้วยต้นทุน บวกด้วยภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ยังรวมกองทุนต่างๆที่รัฐบาลเรียกเก็บ เช่น กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ดังนั้น ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น = ราคาต้นทุน + ภาษีต่างๆ + กองทุนต่างๆ

การซื้อน้ำมันดิบผ่าน บมจ. ปตท. จะได้ประโยชน์อย่างไร?
คำตอบ

การซื้อน้ำมันดิบผ่าน บมจ. ปตท. จะได้ประโยชน์ในด้านอำนาจต่อรอง (Bargaining Power) กับผู้ขายเนื่องจากเป็นการรวมกันซื้อในปริมาณที่มาก อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง เนื่องจากใช้เรือลำใหญ่ขนส่งน้ำมันมาพร้อมกัน

บางจากมีการขนน้ำมันดิบมาที่โรงกลั่นอย่างไร?
คำตอบ

มีการนำเข้าน้ำมันดิบ 3 ทางคือ ทางรถ ทางรถไฟ และทางเรือ โดยการจัดหาน้ำมันดิบในประเทศขนส่งผ่านทั้ง 3 ทาง และ น้ำมันดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศจะถูกขนส่งทางเรือมาสูบถ่ายเข้าที่คลังน้ำมันศรีราชา ซึ่งบริษัทได้เช่าไว้เพื่อเก็บน้ำมันดิบ และใช้เรือขนาดเล็กขนน้ำมันดิบมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาเทียบท่าที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก

โครงการ PQI คืออะไร?
คำตอบ

โครงการ PQI ชื่อเต็มๆคือ Product Quality Improvement Project เป็นโครงการสร้างหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน หรือที่เรียกว่า Cracker Unit ซึ่งจะทำการแปลงสภาพน้ำมันเตาบางส่วน(ซึ่งมีราคาต่ำกว่าน้ำมันดิบมากและมีสัดส่วนประมาณ 30% ของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้) ให้เป็นน้ำมันเบา เช่น น้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าได้ เป็นการเพิ่มรายได้ของบริษัทให้ทัดเทียมกับโรงกลั่นอื่นๆ ในประเทศ ซึ่งใช้เงินลงทุนก่อสร้างประมาณ 378 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 14,762 ล้านบาท ซึ่งโครงการ PQI ได้ดำเนินการเสร็จแล้วเมื่อ 7 ธันวาคม 2552

ความคืบหน้าในกรณีการซ่อมแซมหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่3 ที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2555?
คำตอบ

โครงการซ่อมแซมหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 3 ที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2555 ดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2555

บริษัทฯ ได้รับค่าประกันการเสียหายจากกรณีอุบัติเหตุที่หน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 3 ที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2555 อย่างไร?
คำตอบ

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บริษัทฯได้รับความคุ้มครองจากประกันทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.ค่าคุ้มครองความเสียหายจากทรัพย์สินและอุปกรณ์ (Property Damage) โดยได้เงินประกันมาบ้างแล้วบางส่วน 2. ค่าคุ้มครองความเสียหายกรณีธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption) แต่มีระยะเวลา 60 วันแรกที่ไม่ได้ประกันภัยคุ้มครอง ณ สิ้นปี 2555 บริษัทฯ มีรายได้จากการชดใช้สินไหมเบื้องต้นจากกรณีอุบัติเหตุที่หน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 3 จำนวนเงิน 310 ล้านบาท

โครงการ 3E+ คืออะไร?
คำตอบ

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของโรงกลั่นทางบริษัทฯ ได้จัดทำโครงการ 3E+ ขึ้น โดยแยกเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ( Efficiency) โครงการลดการใช้พลังงาน ( Energy) และโครงการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Environment ) ส่วน พลัส(+) คือการเพิ่มศักยภาพของหนึ่งในหอกลั่นเดิม ที่มีกำลังการผลิต 80 พันบาร์เรลต่อวัน เป็นขนาด 100 พันบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตโดยรวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 140 พันบาร์เรลต่อวัน

โครงการโรงไฟฟ้าชนิดพลังงานร่วม (Cogeneration) คืออะไร?
คำตอบ

โรงไฟฟ้าชนิดพลังงานร่วม (Cogeneration) คือโรงไฟฟ้าที่สามารถผลิตได้ทั้งไฟฟ้าและไอน้ำ โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง โดยบริษัทฯ ได้ทำสัญญากับ บมจ.ปตท. ในการลงทุนก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าชนิดพลังงานร่วมซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 22.7 เมกกะวัตต์ และผลิตไอน้ำได้ 90 ตันต่อชั่วโมงบนพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจากฯ โดย บมจ.ปตท. จะเป็นผู้ดำเนินการและจำหน่ายให้แก่บางจากฯ แต่เพียงผู้เดียว ในราคาที่เทียบเท่าราคาของผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กทั่วไป (SPP) ซึ่งสิทธิการเป็นเจ้าของจะโอนคืนให้แก่บางจากฯ เมื่ออายุสัญญาครบ 25 ปี (ปัจจุบัน เหลืออีก22 ปี) แต่ทางบริษัทฯ ได้วางแผนที่จะลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานร่วมใหม่เพิ่มเติมด้วยตัวเองตามโครงการ 3E+

ทำไมต้องมีโครงการโรงไฟฟ้าชนิดพลังงานร่วม (Cogeneration) เพิ่มเติม?
คำตอบ

ทางบริษัทฯ ได้วางแผนที่จะลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานร่วมใหม่เพิ่มเติมด้วยตัวเองตามโครงการ 3E+ เนื่องมาจากปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันบางจากมีความต้องการใช้ไฟฟ้ารวมประมาณ 27-29 เมกกะวัตต์ ในกรณีที่การกลั่นสูงสุดที่ 110 พันบาร์เรลต่อวัน แต่มีแนวโน้มจะใช้พลังงานมากขึ้นตามหน่วยใหม่ๆที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และด้วยโครงการ 3E+ ที่จะมีการความต้องการพลังงานสูงขึ้นจากการขยายกำลังการกลั่นสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 140 พันบาร์เรลต่อวัน ( ปัจจุบันโรงกลั่นของบางจากมีกำลังการสูงสุด 120 พันบาร์เรลต่อวัน) รวมถึงทดแทนหม้อไอน้ำที่มีอายุการใช้งานกว่า 30 ปี และความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้นของหน่วย CCR (Continuous catalytic regeneration) ทำให้จะมีความต้องการไฟฟ้าสูงขึ้น

บริษัทจะได้รับประโยชน์อะไรจากโครงการโรงไฟฟ้าชนิดพลังงานร่วมใหม่ (New Cogeneration)?
คำตอบ

สามารถลดค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำมันเตาที่มีราคาสูงกว่า เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าชนิดพลังงานร่วมใหม่ จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักแทน ประกอบด้วยการเปลี่ยนหม้อไอน้ำเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำ จะทำให้บางจากสามารถประหยัดพลังงานต่อหน่วยได้มากขึ้น ตามประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และสามารถรองรับการขยายความต้องการไฟฟ้าของโรงกลั่น รวมถึง การเพิ่มความเสถียรของโรงกลั่นที่สูงขึ้นตามความสามารถในการผลิตไฟฟ้าใช้เอง อีกทั้งยังสามารถลดการปล่อย CO2 ได้เนื่องจาก ก๊าซธรรมชาติปลดปล่อย CO2 น้อยกว่าน้ำมันเตา และสามารถนำน้ำมันเตาไปขายในตลาดได้ราคาดีกว่าก๊าซธรรมชาติ

โรงกลั่นน้ำมันบางจากตั้งอยู่ในเขตเมืองบริษัทฯมีมาตรการอย่างไรในการดูแลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย?
คำตอบ

บริษัทฯมีระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ISO14001 และ OHSAS18001 ตามลำดับ บริษัทฯดำเนินกิจการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมเป็นหลัก โดยมีการกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงของโรงกลั่นที่สำคัญ เช่น ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด มีการประเมินความเสี่ยงและมาตรการลดความเสี่ยงทุกขั้นตอนการทำงาน บำรุงรักษาอุปกรณ์การผลิตตามระยะเวลาที่กำหนดและมีการฝึกซ้อมสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชำนาญในการควบคุมเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย และเปิดเผยข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อมสู่สาธารณะผ่านจอแสดงผลหน้าโรงกลั่น ปิยรมย์สปอร์ตคลับและในชุมชน

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างดีกับชุมชนและเป็นประโยชน์ต่อสังคม บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง อาทิเช่น การเยี่ยมชุมชนเป็นประจำ การจัดทำจุลสารครอบครัวใบไม้เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารกับชุมชนที่อยู่รอบโรงกลั่น โครงการโรงเรียนของหนู และการดำเนินโครงการเปิดโลกการเรียนรู้กับบางจาก ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนนโยบายของรัฐที่ต้องการให้องค์กรท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับการศึกษาสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์โดยตรงนอกเหนือจากในบทเรียนผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ยิ่งกว่านั้น บริษัทฯ ยังมีการมอบทุนการศึกษา จัดอบรมดับเพลิงแก่ชุมชน จัดกิจกรรมสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ทำไมราคาน้ำมันในประเทศไทยจึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปในสิงค์โปร์?
คำตอบ

เนื่องจากตลาดสิงค์โปร์เป็นศูนย์กลางซื้อขายน้ำมันที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกล ราคาในตลาดสิงค์โปร์เกิดจากการตกลงซื้อขายของผู้ซื้อและผู้ขายทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งเชื่อว่าสามารถสะท้อนปริมาณน้ำมันที่มีในภูมิภาคและความต้องการน้ำมันของภูมิภาคนี้ได้อย่างแท้จริง การส่งออกและนำเข้า (ปริมาณการผลิตส่วนเกินและความต้องการน้ำมัน) ของประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดสิงค์โปร์ ปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปที่ซื้อขายผ่านตลาดสิงค์โปร์จะอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับตลาดใหญ่อื่นๆ ทำให้ยากต่อการปั่นราคาโดยผู้ซื้อหรือผู้ขาย

ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวนส่งผลต่อบริษัทฯอย่างไร?
คำตอบ

เนื่องด้วยในปัจจุบันบริษัทมี 3 หน่วยธุรกิจคือ ธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจการตลาด(สถานีบริการน้ำมันและการขายส่งในภาคอุตสาหกรรม) และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ ดังนั้นบริษัทจะได้รับผลกระทบแตกต่างกันไปกล่าวคือ

ในส่วนของโรงกลั่น กรณีที่ราคาน้ำมันมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อราคาสต็อกน้ำมันทำให้เกิดการบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นในบัญชีของบริษัทฯ แต่ถ้าราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจะส่งผลกระทบในทางกลับกัน กล่าวคือ เกิดการขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในบัญชีของบริษัทฯ แต่อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานจริงของโรงกลั่นจะขึ้นอยู่กับส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมากกว่า

ในส่วนของธุรกิจการตลาดนั้นถ้าราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจะได้รับผลกระทบในทางบวก เนื่องจากการปรับราคาหน้าสถานีบริการจะปรับช้ากว่าต้นทุนที่ลดลง จึงส่งผลให้ค่าการตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น

และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์นั้นจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกโดยสิ้นเชิงอันเนื่องมาจากลักษณะของการประกอบธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมัน ทำให้ในภาพรวมจึงเป็นธุรกิจที่ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีนโยบายการทำประกันความเสี่ยงส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่ระดับเท่าใด?
คำตอบ

บริษัทฯ มีนโยบายการทำประกันความเสี่ยงส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่ร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตทั้งหมด แต่ทั้งนี้อาจจะทำมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดจะเอื้ออำนวย ซึ่งจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงด้านราคาและการเงิน (Price Risk Management Committee: PRMC) ซึ่งมีกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นประธานและมีการประชุมกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อตัดสินใจในการดำเนินการทำประกันความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงติดตามผลการทำประกันความเสี่ยงที่ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างใกล้ชิด

ธุรกิจการตลาด(สถานีบริการน้ำมันและการขายส่งในภาคอุตสาหกรรม)
ค่าการตลาด (Marketing Margin) คืออะไร?
คำตอบ

คือ ส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีก ณ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นในเวลาเดียวกัน ซึ่งแสดงถึงรายได้ของผู้ค้าน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยที่ค่าการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ค่าการตลาดนอกจากจะแสดงถึงรายได้ของผู้ค้าน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ยังรวมต้นทุนและค่าบริหารจัดการอื่นๆ ของผู้ค้าน้ำมันด้วย ค่าการตลาดจึงไม่ใช่กำไรสุทธิของผู้ค้าน้ำมัน แต่เป็นรายได้ที่ยังไม่ได้หักต้นทุนอื่นๆ นอกจากต้นทุนน้ำมันเท่านั้น

ราคาขายปลีก ณ สถานีบริการ (Retail Price) คำนวณมาจากอะไร?
คำตอบ

คำนวณมาจาก ราคา ณ โรงกลั่น + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเทศบาล + กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง + กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน + ภาษีมูลค่าเพิ่ม + ค่าการตลาด + ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ราคาขายปลีก ณ สถานีบริการ

UNIT : BATH/LITRE EX-REFIN. (AVG) TAX B./LITRE M. TAX B./LITRE OIL FUND (1) CONSV. FUND WHOLESALE PRICE(WS) VAT WS&VAT MARKETING MARGIN VAT RETAIL PRICE
ULG 95R ; UNL 22.7990 7.0000 0.7000 9.2000 0.2500 39.9490 2.7964 42.7454 3.2753 0.2293 46.25
GASOHOL95 E10 22.9982 6.3000 0.6300 4.0000 0.2500 34.1782 2.3925 36.5706 2.2985 0.1609 39.03
GASOHOL91 22.7914 6.3000 0.6300 1.9000 0.2500 31.8714 2.2310 34.1024 2.3155 0.1621 36.58
GASOHOL95 E20 23.1157 5.6000 0.5600 -0.2000 0.2500 29.3257 2.0528 31.3785 2.5248 0.1767 34.08
GASOHOL95 E85 23.0719 1.0500 0.1050 -10.9000 0.2500 13.5769 0.9504 14.5272 7.6194 0.5334 22.68

ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน, วันที่ 5 เมษายน 2556

การลงนาม Mutually Exclusive Agreement ระหว่างบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน มีรายละเอียดอย่างไร?
คำตอบ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดพิธีลงนามความตกลง "Mutually Exclusive Agreement" โดยมีนายยอดพจน์ วงศ์รักมิตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานด้านธุรกิจการตลาด บมจ.บางจากฯ และนายเอียน ลองเด็น รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารสาขาย่อย บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นผู้ลงนาม โดยทั้งบางจากฯ และบิ๊กซี ได้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่งจากลูกค้าของทั้งสองบริษัท ต่อสาขามินิบิ๊กซีในสถานีบริการน้ำมันบางจาก ที่ได้นำร่องเปิดไปแล้ว 10 สาขา จากผลสำเร็จดังกล่าว บางจากฯ และบิ๊กซี จึงได้ตกลงขยายความร่วมมือเป็น ความตกลงร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว แบบ Exclusive Partner' เพื่อรวมศักยภาพและจุดแข็งของทั้งสองบริษัท และแปลงเป็นความคุ้มค่าและความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับผู้บริโภคทั่วประเทศ บางจากฯ และบิ๊กซี จะร่วมพัฒนาร้านมินิบิ๊กซีในสถานีบริการน้ำมันบางจากให้ได้ 500 สาขาภายในปี 2561 จากปัจจุบันที่ได้เปิดไปแล้ว 10 สาขา นอกจากนั้น ความตกลงนี้ยังครอบคลุมถึงการขยายความร่วมมือไปยังธุรกิจอื่นๆ ของทั้งบางจากฯ และบิ๊กซี อาทิ บัตรลอยัลตี้โปรแกรม การเปิดสถานีบริการน้ำมันบางจาก ร้านกาแฟอินทนิล และคาร์แคร์ Green Wash, Green Serve ในบิ๊กซี เป็นต้น

ในภาวะที่มีการรณรงค์ให้ใช้พลังงานทดแทน บางจากมีผลิตภัณฑ์หรือการวิจัยใหม่หรือไม่?
คำตอบ

บริษัทฯ เป็นผู้บุกเบิกการใช้พลังงานทดแทน โดยได้นำผลิตภัณฑ์ แก๊สโซฮอล์ 95 สู่ตลาดในประเทศเป็นรายแรกในปี 2545 บริษัทฯ มุ่งเน้นขยายและส่งเสริมการจำหน่ายพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง โดยนอกจากจะเพิ่มจำนวนสถานีบริการที่จำหน่ายพลังงานทดแทนแล้ว ยังมีการศึกษาวิจัยและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาอยู่เสมออย่างต่อเนื่อง เช่น E20 และ E85 เป็นต้น ล่าสุดบริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ E20 Euro V เป็นรายแรกของเอเชีย

มีโอกาสจะขายธุรกิจการตลาดหรือไม่?
คำตอบ

ธุรกิจการตลาดเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรให้กับบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการรองรับผลิตภัณฑ์น้ำมันของโรงกลั่น และเป็นช่องทางในการกระจายน้ำมันของบริษัท นับได้ว่าการขายผ่านธุรกิจตลาดของบริษัททำให้บริษัทฯมีรายได้ที่ยั่งยืน ในระยะยาวการมีธุรกิจการตลาดเป็นของตัวเอง ย่อมดีกว่าแน่นอน

บางจาก E20 กับ E85 คืออะไร?
คำตอบ

บางจาก E20 คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการนำน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วมาผสมกับเอทานอลหรือเอทิลแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 99.5% (ที่ผลิตจากพืชผลทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น) ในอัตราส่วน เบนซิน 80 : เอทานอล 20 จึงได้เป็นน้ำมัน E 20 ออกเทน 95 ตามมาตรฐานของกระทรวงพลังงาน ใช้ได้กับเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้ E20 ส่วนบางจาก E85 คือการเพิ่มสัดส่วนเอทานอลต่อเบนซิน เป็น เบนซิน 15 : เอทานอล 85 จึงได้เป็นน้ำมันบางจาก E85 ที่มีค่าออกเทนมากกว่า 100

ข้อดีของการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20?
คำตอบ
  1. การเผาไหม้ของ E 20 สมบูรณ์กว่าน้ำมันเบนซินปกติจึงช่วยเพิ่มกำลังและแรงบิดของเครื่องยนต์
  2. การใช้แก๊สโซฮอล์ E 20 ช่วยลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกกว่าร้อยละ 30
  3. ช่วยพยุงราคาพืชผล(มันสำปะหลัง และอ้อย) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเอทานอล
  4. ลดการนำเข้าน้ำมันเบนซินซึ่งมีราคาสูงกว่า
ปัจจุบันบางจากมีสถานีบริการน้ำมันจำนวนเท่าใด?
คำตอบ

ณ สิ้นปี 2555 บริษัทมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันทั้งสิ้น 1,067 สถานี โดยแบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันขนาดมาตรฐาน 489 สถานี และสถานีบริการชุมชน (สหกรณ์) 578 สถานี

โครงการสถานีบริการชุมชน คืออะไร?
คำตอบ

โครงการสถานีบริการชุมชน เป็นแนวคิดที่จะช่วยสร้างโอกาสกระจายรายได้ให้แก่เกษตรกรในชนบท กลุ่มชุมชน และสหกรณ์ ให้สามารถเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันและดำเนินการโดยตัวแทนชุมชนของตัวเอง ได้ใช้น้ำมันที่มีคุณภาพดี ราคายุติธรรม นอกจากเป็นการช่วยเหลือสังคม เป็นการกระจายรายได้แก่ชุมชนแล้ว ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่บริษัทใช้เป็นกลยุทธ์ในการขยายตลาดค้าปลีกของบริษัท เนื่องจากเกษตรกรเหล่านี้มีความต้องการใช้น้ำมันอยู่แล้ว อีกทั้งยังมี Brand Royalty ในตราบางจากสูง เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มสหกรณ์ก็จะใช้น้ำมันจากปั๊มที่สหกรณ์นั้นเป็นเจ้าของเท่านั้น

สถานีบริการมาตรฐานต่างจากสถานีบริการชุมชน (ปั๊มสหกรณ์) อย่างไร?
คำตอบ

ในส่วนของความแตกต่างของสถานีบริการน้ำมันทั้ง 2 ประเภทนั้นคือความเป็นเจ้าของและการบริหารงานโดยกลุ่มบุคคลที่ต่างกัน กล่าวคือ

  • ปั๊มสหกรณ์ : สหกรณ์หรือชุมชนเป็นเจ้าของ ลงทุนเองและบริหารงานเอง
  • สถานีบริการ : จะบริหารงานโดยบริษัทหรือ dealer ขึ้นอยู่กับประเภทการลงทุนสถานีบริการ

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ขายนั้นโดยทั่วไปจะเหมือนกัน อาจจะมีความแตกต่างกันของจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ขายบ้างในบางพื้นที่ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้น้ามันของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ จุดสังเกตว่าสถานีบริการน้ำมันไหนเป็นปั๊มสหกรณ์คือ เกลียวเชือก ที่ป้าย Highway Sign (เสาป้ายโลโก้บางจาก) บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน

สถานีบริการน้ำมัน Self-Serve คืออะไร?
คำตอบ

คือสถานีบริการน้ำมันบางจาก ที่ลูกค้าสามารถเติมน้ำมันได้ด้วยตนเอง โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายน้ำมันตามจำนวนเงินที่ต้องการ เมื่อเติมครบจำนวนเงินแล้ว ระบบจะสั่งการให้หัวจ่ายหยุดจ่ายน้ำมันโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบตามมาตรฐานสากลซึ่งใช้ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น

มาตรฐาน EURO คืออะไร?
คำตอบ

EURO หรือ European Emission Standards คือมาตรฐานควบคุมการปล่อยมลภาวะของรถยนต์ที่จำหน่ายในประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป โดยเริ่มตั้งแต่ EURO 1 จนถึงปี 2005 มีการบังคับใช้มาตรฐานในระดับ EURO 4 ซึ่งการที่รถยนต์จะปล่อยมลภาวะให้อยู่ในมาตรฐาน EURO 4 ได้นั้น จะต้องอาศัยการพัฒนาร่วมกันสองส่วนคือ เทคโนโลยีด้านยานยนต์ และการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ประเทศไทยจะเริ่มบังคับใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาตรฐาน EURO 4 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป แต่บริษัทบางจากฯ ได้ผลิตและจำหน่ายก่อนกำหนด (น้ำมันดีเซล จำหน่ายตั้งแต่ปี 2551 ก่อนกำหนดเวลาถึง 4 ปี สำหรับน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์จำหน่ายในปี 2554) เพื่อให้คนไทยได้ใช้น้ำมันที่ดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และเครื่องยนต์ดีเซลทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

ปัจจุบันมีประเทศไหนบ้างที่ใช้น้ำมันมาตรฐาน EURO 4?
คำตอบ

ทุกประเทศในทวีปยุโรป นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงค์โปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน เป็นต้น

น้ำมันบางจากเพาเวอร์ดี บี5 มาตรฐาน EURO 4 ใช้กับเครื่องยนต์รุ่นใดได้บ้าง?
คำตอบ

บางจากฯ ได้พัฒนาน้ำมันดีเซลเพาเวอร์ดี บี5 มาตรฐาน EURO 4 เพื่อให้เหมาะกับรถทุกรุ่น ทั้งเก่าและใหม่

บางจาก E20 EURO 5 คืออะไร?
คำตอบ

บางจากฯ ได้พัฒนาพลังงานทดแทนแก๊สโซฮอล์ E20 ใหม่ให้เทียบเท่ามาตรฐานยูโร 5 ซึ่งถือเป็นรายแรกในเอเชีย ช่วยลดมลภาวะจากการเผาไหม้ได้มากขึ้น พร้อมเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยสารสูตรซูเปอร์เทคซึ่งช่วยชะล้างทำความสะอาด ช่วยให้เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น 3% และลดแรงเสียดทานลงช่วยให้กำลังเครื่องยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 6%

บางจากมีการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวีหรือไม่?
คำตอบ

บางจากได้ร่วมมือกับ ปตท. เปิดจำหน่ายก๊าซ NGV เพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทน โดยทาง ปตท. จะเป็นผู้ลงทุนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดบนพื้นที่สถานีบริการน้ำมันบางจาก และบริษัทได้รับผลประโยชน์ตามปริมาณ NGV ที่จำหน่าย

ธุรกิจไบโอฟูเอล (Biofuel Business)
โครงการศูนย์ผลิตไบโอดีเซลคืออะไร?
คำตอบ

บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ บริษัทบางจากไบโอฟูเอล จำกัด เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2551 โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 70 เพื่อก่อสร้างโรงผลิตและดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลขนาดกำลังการผลิตเฉลี่ย 300,000 ลิตรต่อวัน โดยใช้พื้นที่ของบริษัทฯ ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวงเงินลงทุนโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท และได้ขยายกำลังการผลิตเป็น 360,000 ลิตรต่อวัน เมื่อเดือนกรกฏาคม 2555

ทำไมจึงเลือกก่อสร้างศูนย์ผลิตไบโอดีเซลที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งที่อยู่ห่างจากแหล่งวัตถุดิบ?
คำตอบ

แม้พื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างศูนย์ผลิตไบโอดีเซลจะอยู่ไกลจากแหล่งวัตถุดิบ แต่ก็มีข้อได้เปรียบในการขนส่งน้ำมันไบโอดีเซล เนื่องจากที่ดินดังกล่าวอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาและติดกับคลังน้ำมันของบางจากเดิมซึ่งเป็นศูนย์กลางในการกระจายน้ำมันไปยังภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน อีกทั้งยังเป็นการใช้ที่ดินบางปะอินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการศูนย์ผลิตไบโอดีเซล?
คำตอบ
  • สร้างรายได้และเพิ่มมูลค่ากิจการ
  • สามารถใช้ที่ดินบางปะอินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นผู้นำพลังงานทดแทน สามารถขยายตลาดน้ำมันไบโอดีเซล โดยมั่นใจว่าจะมีปริมาณไบโอดีเซลที่ได้มาตรฐานจำหน่ายต่อเนื่อง
  • ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทฯ เนื่องจากรัฐให้การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ และการกำหนดโครงสร้างราคาที่จูงใจ
  • เป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐในการส่งเสริมการผลิต และการใช้ไบโอดีเซล ทดแทนการใช้น้ำมันดีเซล เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างรายได้แก่เกษตรกร และยังช่วยลดมลพิษทางอากาศ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน
  • นอกจากนั้นสามารถใช้โรงงานผลิตไบโอดีเซลดังกล่าวในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือองค์กรภาครัฐ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ของคนไทยในอนาคต
เหตุใดบริษัทฯถึงสนใจในการลงทุนในธุรกิจ Ethanol?
คำตอบ

ธุรกิจผลิตเอทานอลถือเป็นธุรกิจที่สนับสนุนธุรกิจหลักของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯมีแผนการมุ่งเน้นธุรกิจพลังงานทดแทนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากเพิ่มขึ้น และใช้เป็นฐานในการขยายธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง (Downstream) ในอนาคต บริษัทฯคาดว่าโครงการดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุน ทั้งนี้การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ยังถือเป็นการเพิ่มมูลค่าของกิจการ และกระจายความเสี่ยงของรายได้รวมทั้งตอบสนองนโยบายรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเชื้อเพลิงเอทานอลในภูมิภาคนี้

บริษัทได้ลงทุนในธุรกิจเอทานอล (Ethanol) อย่างไรบ้าง?
คำตอบ

บริษัทฯได้มีการลงทุนในบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด : เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 บริษัทฯได้มีการลงทุนในธุรกิจเอทานอลโดยซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 375,000 หุ้น และหุ้นสามัญจากผู้ถือหุ้นโดยของบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด จำนวน 208,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 583,000 หุ้น หรือร้อยละ 21.28 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลังการเข้าร่วมทุนมูลค่ารวม 750 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนพร้อมกับ บริษัทไทยออยล์ เอทานอล จำกัด ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ธุรกิจเอทานอล (Ethanol) ที่บริษัทฯได้ลงทุนไปนั้น มีกำลังการผลิตอย่างไร?
คำตอบ

บริษัทฯได้มีการลงทุนบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิต เอทานอล 400,000 ลิตรต่อวัน โดยใช้มันสำปะหลังสด มันเส้นและกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการผลิต นอกจากนี้ทางบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอลได้มีการลงทุนในบริษัทย่อยอีก 3 บริษัทได้แก่ บริษัท อุบล เกษตรพลังงาน จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งมีกำลังการผลิตขนาด 300 ตันต่อวัน และใช้หัวมันสดวันละ 1,200 ตัน บริษัท อุบลไบโอก๊าซ จำกัด ซึ่งทำธุรกิจผลิตก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสีย จากโรงผลิตแป้งมันสำปะหลังเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตและผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขนาด 1.9 เมกะวัตต์ และบริษัท เอ็นพี ไบโอ เอนเนอร์ยี่ จำกัดซึ่ง ณ สิ้นปี 2555 ยังไม่ได้ดำเนินกิจการใดๆ

ความคืบหน้าของโครงการเอทานอล (Ethanol) เป็นอย่างไรบ้าง?
คำตอบ

บริษัทฯได้มีการลงทุนในบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ซึ่งทางบริษัทได้มีการปรับปรุงระบบการผลิตเอทานอลให้สามารถใช้วัตถุดิบได้จากทั้งมันสำปะหลังมันเส้นและกากน้ำตาล และได้เริ่มทดสอบเดินเครื่อง (commissioning) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2555 และจะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์(COD) ในไตรมาส 2 ปี 2556

ธุรกิจผลิตไบโอดีเซล(B-100) ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง?
คำตอบ

ณ สิ้นปี 2555 บจก. บางจากไบโอฟูเอล มีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26 ล้านบาทจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากตลาดมีความต้องการน้ำมัน B100 ในการผสมกับน้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้นยังได้ทำการdebottleneck หรือขยายกำลังการผลิตจาก 3 แสนลิตรต่อวันเป็น 3.6 แสนลิตรต่อวันเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้ B100 ที่มากขึ้นในอนาคต

ธุรกิจพลังงานจากแสงอาทิตย์ (Solar Power Plant Farm)
ความคืบหน้าของโครงการ Solar Power Plant ทั้ง 3 ระยะเป็นอย่างไรบ้าง?
คำตอบ
  • ระยะที่ 1 ขนาด 38 เมกะวัตต์  ที่บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2554 แต่ได้ติดตั้งใหม่เรียบร้อย และผลิตเชิงพาณิชย์ทั้ง 38 เมกกะวัตต์ โดยมี EBITDA ในปี 2555 เท่ากับ 423 ล้านบาท
  • ระยะที่ 2 ขนาด 32 เมกะวัตต์  โครงการที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ขนาด 16 เมกะวัตต์ได้เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ แล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2556 ส่วนโครงการที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรี อยุธยาขนาด 16 เมกะวัตต์ ได้เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์แล้วในวันที่ 5 เดือนเมษายน 2556 โดยรวมบริษัทฯคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสร้าง EBITDA ได้ปีละ 800 ล้านบาท
  • ระยะที่ 3  อยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยบริษัทฯคาดว่าโครงการนี้จะสร้าง EBITDA ได้ปีละ 1,200 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558

โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด จะสามารถสร้าง EBITDA ให้บริษัทฯได้ปีละราว 2,750 ล้านบาท

ความเสี่ยงต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้กับธุรกิจ Solar อาทิเช่น สภาพอากาศที่ไม่อำนวย บางจากมีวิธีป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไร?
คำตอบ

บริษัทฯได้มีการติดตั้งจำนวนแผงเพื่อให้ได้ไฟฟ้าตามที่ต้องการ โดยอ้างอิงจากสถิติความเข้มแสง 20 ปีขององค์กรนาซ่า ซึ่งความเข้มแสงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.19 ชม./วัน ซึ่งตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง ทางเราได้มีการเก็บข้อมูลความเข้มแสงจริง ซึ่งพบว่ามีค่าใกล้เคียงกับข้อมูลดังกล่าว

การลงทุนในบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด
ทำไมถึงลงทุนในบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน?
คำตอบ
  1. ความต้องการแร่โปแตชเป็นวัตถุดิบปุ๋ยมีการเติบโตต่อเนื่อง และรองรับต่อแนวโน้มการส่งเสริมการปลูกพืชพลังงาน
  2. ผลตอบแทนโครงการดี และเป็นการกระจายความเสี่ยงโดยการไปลงทุนในธุรกิจอื่น เพื่อเป็นการลดความผันผวนทางด้านรายได้ของธุรกิจโรงกลั่นที่ต้องขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเป็นหลัก
  3. ช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ จากการนำเข้าปุ๋ย และลดต้นทุนการเพาะปลูกแก่เกษตรกร
บริษัทลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน เป็นมูลค่าเท่าใด คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นเท่าใด?
คำตอบ

ลงทุนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 173.236 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 16.4 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ณ ขณะนั้น โดยการซื้อหุ้นจากธนาคารทหารไทย

ทำไมธนาคารทหารไทยถึงต้องขายหุ้นบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียนในส่วนที่ธนาคารถือบางส่วน?
คำตอบ

จากการที่ธนาคารทหารไทยมีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยมีการควบรวมกับ IFC ซึ่งส่งผลให้มีการถือหุ้นบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียนอยู่ที่ร้อยละ 16.56 ซึ่งไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2535) ที่จำกัดมิให้ธนาคารพาณิชย์ถือหุ้นในบริษัทจำกัดใดเกินร้อยละสิบ อีกทั้งมองว่าบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียนนั้น ไม่ใช่ธุรกิจเป้าหมายหลักของธนาคารทหารไทยในการดำเนินการในอนาคต จึงได้ขายหุ้นออกมาทั้งหมด

โครงสร้างผู้ถือหุ้นในบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียนเป็นเช่นไร?
คำตอบ

ข้อมูลณ สิ้นปี 2555

บริษัทฯมีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลอย่างไร?
คำตอบ

บริษัทฯมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิงบการเงินรวม หลังจากการหักทุนสำรองต่างๆทุกประเภทตามข้อบังคับของบริษัทฯและตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ กระแสเงินสดของบริษัทฯและแผนการลงทุนของบริษัทฯและบริษัทในเครือแต่ละปี ตามความจำเป็น ความเหมาะสม และข้อพิจารณาอื่นๆ ที่คณะกรรมการบริษัทฯ เห็นสมควร

ในปีทีผ่านมาบริษัทจะมีเงินปันผลหรือไม่ เท่าไร?
คำตอบ

ในปี 2555 บริษัทฯมีการจ่ายเงินปันผลเป็นจำนวน 1.25 บาทต่อหุ้น โดยแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาล จำนวน 0.35 บาทต่อหุ้น และเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2555 จำนวน 0.90 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ ในส่วนของการจ่ายเงินปันผลนั้นขึ้นอยู่กับผลกำไร และภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงแผนการใช้เงินลงทุนของบริษัทฯในอนาคต

อื่นๆ
LCM คืออะไร และมีความหมายว่าอย่างไร?
คำตอบ

LCM หรือ Lower of Cost or Market คือ ค่าเผื่อมูลค่าสินค้าคงเหลือ เนื่องจากตามมาตรฐานบัญชีใช้หลักความระมัดระวังให้สินค้าคงเหลือแสดงด้วยราคาทุนตามเกณฑ์ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า

ปิโตรเลียมคืออะไร?
คำตอบ

ปิโตรเลียม หมายถึง สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยมีธาตุที่เป็นองค์ประกอบหลัก คือ คาร์บอน และไฮโดรเจน โดยอาจมีธาตุอื่น เช่น กำมะถัน ออกซิเจน ไนโตรเจนปนอยู่ด้วย ปิโตรเลียมมีสถานะเป็นได้ทั้งของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของปิโตรเลียม พลังงานความร้อน และความกดดันตามสภาพแวดล้อมที่ปิโตรเลียมสะสมอยู่

ค่าออกเทน คืออะไร?
คำตอบ

ค่าออกเทน คือ ค่าความต้านทานการจุดระเบิดน้ำมันเบนซินก่อนเวลากำหนดของเครื่องยนต์ หรือตัวเลขแสดงความต้านทานการน็อคของเชื้องเพลิงสำหรับเครื่องยนต์

ถ้าค่าออกเทนสูงจะมีความต้านทานการน็อคของเครื่องยนต์สูง ซึ่งค่าออกเทนนี้ไม่เกี่ยวกับความแรงของเครื่องยนต์แต่อย่างไร ซึ่งเครื่องยนต์เบนซินของรถยนต์และจักรยานยนต์แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ มีการออกแบบที่แตกต่างกันจึงต้องใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ควรเลือกใช้น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนที่เหมาะสมกับความต้องการของเครื่องยนต์ตามที่ผู้ผลิตแต่ละรายกำหนดไว้ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน

ก๊าซธรรมชาติ คืออะไร?
คำตอบ

ก๊าซธรรมชาติคือ ก๊าซเชื้อเพลิงที่มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลักสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เช่น เดียวกับน้ำมันเบนซินและดีเซล 

ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ โดยทั่วไปเรียกว่า ก๊าซ NGV (เอ็น จี วี) คือก๊าซธรรมชาติที่ถูกอัดจนมีความดันสูง (มากกว่า 3,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว) ซึ่งในบางประเทศเรียกว่า Compressed Natural Gas (CNG) หรือ ก๊าซธรรมชาติอัด โดยก๊าซ NGV มีคุณสมบัติพิเศษ ดังนี้

  1. มีสัดส่วนของคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น
  2. มีคุณสมบัติเป็นก๊าซ ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น
  3. ปริมาณไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติมีปริมาณต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น
  4. เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดควันดำหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
บริษัท บางจากปิโตรเลียม ได้ดำเนินธุรกิจตั้งแต่เมื่อใด?
คำตอบ

บริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2528 ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัท มหาชน จำกัด เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2536 และได้นำหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2537

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ BCP คือใครบ้าง? และบริษัทฯเข้าไปลงทุนในบริษัทใดบ้าง?
คำตอบ

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

โครงสร้างบริษัท
ในปัจจุบันผู้บริโภคนิยมใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น เช่น แก๊สโซฮอล์ หรือ เอ็นจีวี ส่งผลอย่างไรต่อบริษัท?
คำตอบ

เนื่องจากบริษัทมีนโยบายในเรื่องการเป็นผู้นำพลังงานทดแทน ได้มีการผลักดันการขายพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์ในสถานีบริการบางจากอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการที่ผู้บริโภคนิยมใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น จึงส่งผลให้บางจากสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดแก๊สโซฮอล์ในตลาดสถานีบริการเป็นอันดับ 2 ในปี 2555 สาหรับ NGV บริษัทได้ร่วมมือกับ ปตท. ในการนำ NGV มาจำหน่ายในสถานีบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งเพิ่มขึ้นด้วย ปัจจุบันมีสถานีบริการที่จำหน่าย NGV 17 แห่ง

เติมน้ำมันแล้วรถมีอาการเครื่องยนต์ knock หรือการขับเคลื่อนสะดุด เป็นเพราะอะไร?
คำตอบ

สาเหตุอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากเครื่องยนต์และน้ำมันซึ่งต้องพิจารณาเป็นกรณีๆไป ในส่วนของตัวรถ อาจมีปัญหาจากการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เช่นไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน หัวเทียนสกปรกหรือหมดอายุการใช้งาน น้ำมันเครื่องไม่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายเป็นเวลานาน ในส่วนของน้ำมันอาจเกิดได้หลายกรณี เช่นน้ำมันมีการปนเปื้อน หรือแม้แต่การเติมน้ำมันผิดประเภท ซึ่งบริษัทก็ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพของน้ำมัน โดยควบคุมมาตรฐานตั้งแต่กระบวนการผลิต การเก็บที่คลังน้ำมัน ตลอดจนการขนส่งน้ำมันและจ่ายน้ำมันสู่ผู้บริโภค ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างแน่นอน

เคยได้ยินมาว่า การเติมน้ำมันในเวลาเช้าจะได้ปริมาณน้ำมันที่มากกว่าเติมตอนกลางวัน จริงหรือไม่ อย่างไร?
คำตอบ

โดยตามทฤษฎีแล้วต้องบอกว่าถูกต้อง เนื่องจากน้ำมันจะมีการขยายตัวเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำมันที่เก็บอยู่ในสถานีบริการน้ำมันระหว่างกลางวันและกลางคืนอาจมีไม่มาก อีกทั้งเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำมันที่ลูกค้าซื้อในแต่ละครั้ง พบว่าปริมาณน้ำมันที่จะได้เพิ่มขึ้นไม่มีความแตกต่างจนมีนัยสำคัญ

การเติมน้ำมันสลับกันไปมาหลายยี่ห้อ จะมีผลต่อเครื่องยนต์หรือไม่?
คำตอบ

โดยหลักการแล้วจะไม่มีปัญหา เพราะทุกยี่ห้อจะมีมาตรฐานตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด เว้นแต่ไปเติมน้ำมันจากสถานีบริการที่ลักลอบนำน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพมาจำหน่าย

โครงการรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วคืออะไร?
คำตอบ

บริษัทฯ ได้ริเริ่มโครงการ "รับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วเพื่อผลิตไบโอดีเซล" ด้วยการนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาผลิตเป็นไบโอดีเซล โดยรับซื้อน้ำมันพืชที่ใช้แล้วผ่านจุดรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้ว ที่กระจายอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันบางจาก แล้วนำเข้ากระบวนการผลิตเพื่อให้ได้น้ำมันไบโอดีเซล B100 แล้วนำไปผสมในน้ำมันดีเซล ออกมาเป็นน้ำมันดีเซล B5 เพื่อจำหน่ายต่อไป

จุดรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วมีทั้งหมดกี่แห่งที่ใดบ้าง
คำตอบ

ณ เดือนมีนาคม 2556 มีจุดรับซื้อน้ำมันพืชใช้แล้วจำนวน 26 แห่ง ดังนี้

  1. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาแคราย (ใกล้การไฟฟ้านครหลวง) โทร. 02-950-7514
  2. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาจรัญสนิทวงศ์ (ตรงข้ามโชว์รูมบีเอ็มดับเบิ้ลยู) โทร. 02-424-3529
  3. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาบางบัวทอง 3 (ใกล้สี่แยกบางบัวทอง) โทร. 02-920-6011
  4. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเทพารักษ์ กม.9 (กึ่งกลางระหว่างแยกศรีนคริทร์และบางนาตราด) โทร. 02-730-4920-1
  5. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเพชรเกษม 57 (ติดซอยเพชรเกษม 57) โทร. 02-801-5001
  6. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขารามอินทรา กม.14 (ใกล้สุขภัณฑ์เซนเตอร์)โทร. 02-517-3272, 02-918-5781
  7. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาพิบูลสงคราม 2 (ติดซอยพิบูลสงคราม 11)โทร. 02-256-2066
  8. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาปากน้ำ (ใกล้สามแยกการไฟฟ้า)โทร. 02-702-6331
  9. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสุวินทวงศ์ 2 (ใกล้โรงงานซีพี)โทร. 02-956-5133
  10. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเกษตร (ใกล้เมเจอร์รัชโยธิน)โทร. 02-941-3201
  11. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาลาซาล (ใกล้แยกทางลัดซอยแบริ่ง)โทร. 02-749-1376
  12. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสถานีรถไฟบางซื่อ (ใกล้ปูนซิเมนต์ไทย)โทร. 02-587-6372, 02-587-2869
  13. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาชวนชื่น (ใกล้สี่แยกบางคูวัต)โทร. 02-581-3075
  14. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสุขสวัสดิ์ 1 (ใกล้ รพ.กรุงธน2)โทร. 02-428-4056, 02-428-4058
  15. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขานวมินทร์ (ใกล้ตลาดอินทรารักษ์ สุขาภิบาล1)โทร. 02-374-4756, 02-374-6219
  16. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขามหาดไทย (กลางซอยลาดพร้าว 112)โทร. 02-934-1594
  17. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเพิ่มสิน (กลางซอยเพิ่มสินใกล้วัดพรมมา)โทร. 02-692-3672
  18. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาประชาอุทิศ (ใกล้เทคโนฯบางมด)โทร. 02-428-5896, 02-427-1757
  19. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาคู่ขนานทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา 2 (ใกล้โลตัสเลียบทางด่วนลาดพร้าว)โทร. 02-932-0495
  20. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาสุขุมวิท 99 (ติด ธ.กสิกรไทย)โทร. 02-332-4781-2
  21. โรงกลั่นน้ำมันบางจาก (สุดซอยสุขุมวิท 64)โทร. 02-745-2444
  22. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาปิ่นเกล้า-นครชัยศรี1 (อยู่ใกล้โรงงานน้ำพริกแม่ประนอม)โทร. 02-447-9457, 02-885-9101
  23. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาเทิดพระเกียรติ (อยู่ในซอยทางลัดออกถ.สิรินธร)โทร. 02-886-3186
  24. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาโชคชัย 4 (อยู่ในซอยโชคชัย 4)โทร. 02-539-3465
  25. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาอ่อนนุช-ลาดกระบัง (ใกล้วงแหวนตะวันออก ตรงข้าม ร.พ.สิรินทร)โทร. 02-329-1787
  26. สถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขาวัดด่านสำโรง (ติดสถานีอนามัยสำโรงเหนือ)โทร. 02-757-4225