โครงสร้างบริษัท

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้านน้ำมัน

โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ เป็นโรงกลั่นแบบ Complex Refinery มีกำลังการผลิตสูงสุด 120,000 บาร์เรลต่อวัน สามารถผลิตน้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลได้เป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์น้ำมันแก๊สโซฮอล์และน้ำมันดีเซลจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากเป็นน้ำมันที่ได้คุณภาพตามข้อกำหนดมาตรฐานยูโร 4 ของภาครัฐ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นที่จะเพิ่มเสถียรภาพด้านพลังงานในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำจากโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม (Cogeneration Power Plant) รวมถึง ใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตแทนการใช้น้ำมันเตา พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการกลั่นน้ำมันในโครงการ 3E และ YES-R


บริษัท BCP Trading Pte. Ltd.
บริษัท BCP Trading Pte. Ltd. (BCPT) จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์อื่นๆ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ โดยมีทุนจดทะเบียน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100


บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด
บริษัท บงกช มารีน เซอร์วิส จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุน มีทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 30 มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและบริหารจัดการเรือสำหรับกักเก็บน้ำมัน (Floating Storage Unit)


บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด
บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) มีทุนจดทะเบียน 3,660 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 4.95 จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการบริการจัดส่งน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดิน ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันเป็นชนิดที่สามารถส่งน้ำมันได้หลายชนิด (Multi Product Pipeline) โดยมีจุดเริ่มต้นของท่อที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก เดินท่อเลียบแนวพื้นที่ทางรถไฟไปยังคลังน้ำมันบริเวณช่องนนทรี ต่อไปยังคลังน้ำมันที่สนามบินดอนเมือง และไปสิ้นสุดที่คลังน้ำมันที่อำเภอบางปะอินของบริษัทฯ และ บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด โดยได้มีการเชื่อมต่อแนวท่อบริเวณมักกะสันกับระบบท่อของบริษัท เจพีวันแอสเซ็ท จำกัด เพื่อจัดส่งน้ำมันอากาศยานให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ

กลุ่มธุรกิจการตลาด

กลุ่มธุรกิจการตลาด จำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่นให้กับผู้บริโภค ผ่านเครือข่ายสถานีบริการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวม 1,114 แห่ง ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายสถานีบริการมาตรฐานจำนวน 499 แห่ง และสถานีบริการชุมชนจำนวน 615 แห่ง (ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2560) พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วยธุรกิจเสริมต่างๆ ในสถานีบริการ ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท บางจากรีเทล จำกัด รวมถึงการจำหน่ายให้กลุ่มผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง สายการบิน เรือขนส่ง ก่อสร้าง และเกษตรกรรม


บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด
บริษัท บางจากกรีนเนท จำกัด (BGN) มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49.0 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการบริหารสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงดำเนินกิจการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในร้านใบจาก และร้านเลมอนกรีน


บริษัท บางจากรีเทล จำกัด
บริษัท บางจากรีเทล จำกัด (BCR) มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อประกอบธุรกิจร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม รองรับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในด้านธุรกิจค้าปลีก ผ่านแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ต “SPAR” จำนวน 33 แห่ง ร้านกาแฟอินทนิล “Inthanin” และร้านกาแฟพรีเมียม “Inthanin Garden” จำนวนกว่า 446 แห่ง และธุรกิจเสริมอื่นๆ


บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด
บริษัท ออมสุข วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 10 ล้านบาท และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจซื้อสินค้าเกษตร และพืชอินทรีย์อื่นๆ เพื่อแปรรูป ทำการตลาด จัดจำหน่าย และวิจัยพัฒนา

ธุรกิจพลังงานไฟฟ้าสีเขียว

บริษัทฯ ลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยถือหุ้นร้อยละ 70.27 ในบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 เพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวรูปแบบต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น


บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน)
บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจและลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสีเขียวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 139 เมกะวัตต์ ลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 150.5 เมกะวัตต์ ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 20 เมกะวัตต์ และลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 182 เมกะวัตต์


บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี จำกัด (BSE) มีทุนจดทะเบียน 1,800 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9 ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการระยะที่ 2 ที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ และอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 32 เมกะวัตต์


บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์) จำกัด (BSE-BRM) มีทุนจดทะเบียน 755 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9 ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการระยะที่ 3 ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 8 เมกะวัตต์


บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์1) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (บุรีรัมย์1) จำกัด (BSE-BRM 1) มีทุนจดทะเบียน 765 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9 ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการระยะที่ 3 ที่อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 8 เมกะวัตต์


บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ชัยภูมิ1) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ชัยภูมิ1) จำกัด (BSE-CPM 1) มีทุนจดทะเบียน 780 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9 ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการระยะที่ 3 ที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 8 เมกะวัตต์


บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (นครราชสีมา) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (นครราชสีมา) จำกัด (BSE-NMA) มีทุนจดทะเบียน 760 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9 ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการระยะที่ 3 ที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 8 เมกะวัตต์


บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ปราจีนบุรี) จำกัด
บริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ปราจีนบุรี) จำกัด (BSE-PRI) มีทุนจดทะเบียน 1,400 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9 ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โครงการระยะที่ 3 ที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 16 เมกะวัตต์ ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์ภาคการเกษตร กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 12 เมกะวัตต์ ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับหน่วยงานราชการกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 9 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 150.5 เมกะวัตต์ ผ่านการลงทุนในบริษัทย่อย ได้แก่ บริษัท BSE Energy Holdings Pte. Ltd. ซึ่งบริษัท บางจาก โซลาร์เอ็นเนอร์ยี (ปราจีนบุรี) จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100


บริษัท บีซีพีจี ไบโอพาวเวอร์ 1 จำกัด และ บริษัท บีซีพีจี ไบโอพาวเวอร์ 2 จำกัด
บริษัท บีซีพีจี ไบโอพาวเวอร์ 1 จำกัด และ บริษัท บีซีพีจี ไบโอพาวเวอร์ 2 จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลและชีวภาพ โดยมีทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท และ 20 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99


BCPG Investment Holdings Pte. Ltd.
BCPG Investment Holdings Pte. Ltd. (BCPGI) จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นในต่างประเทศ มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 โดยลงทุนผ่านบริษัท Greenergy Holdings Pte. Ltd. และบริษัท Greenergy Power Pte. Ltd. เพื่อลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมี BCPGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100


Star Energy Group Holdings Pte. Ltd.
Star Energy Group Holdings Pte. Ltd. จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ มีทุนจดทะเบียน 28,236.6 ล้านบาท ซึ่งมี BCPG ถือหุ้นร้อยละ 33.33


BSE Energy Holdings Pte. Ltd.
BSE Energy Holdings Pte. Ltd. (BSEH) จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นในต่างประเทศ มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งมี BSE-PRI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 โดยมีการลงทุนผ่านบริษัท BCPG Japan Corporation (BCPGJ) เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการ บริหารจัดการ ก่อสร้างและดำเนินการ รวมถึงบริหารเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมี BSEH ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100


BCPG Wind Cooperatief U.A.
BCPG Wind Cooperatief U.A. จัดตั้งขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นในต่างประเทศ มีทุนจดทะเบียน 14,161.8 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมี BCPGI ถือหุ้นร้อยละ 100 โดยมีการลงทุนผ่าน PetroWind Energy Inc. (PWEI) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ มีทุนจดทะเบียน 894.8 พันบาท ซึ่ง BCPG Wind Cooperatief U.A. ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40


Huang Ming Japan Co., Ltd.
Huang Ming Japan Co., Ltd. (“HMJ”) จัดตั้งขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เพื่อประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีทุนจดทะเบียน 0.10 ล้านเยน ซึ่งมี BSE-BRM ถือหุ้นร้อยละ 100


ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

บริษัทฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนการนำเอทานอลและไบโอดีเซลมาผสมกับน้ำมันเบนซินและดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 รวมทั้งแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 และน้ำมันไฮดีเซลเพื่อจัดจำหน่าย ในปี 2560 บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัท บีบีพี โฮลดิ้ง จำกัด (BBH) ขึ้นเพื่อทำการควบรวมกิจการกับบริษัท เคเอสแอล จีไอ จำกัด (KSLGI) (บริษัทย่อยของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทใหม่ชื่อ บมจ. บีบีจีไอ (BBGI) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งสามารถกระจายความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก ประกอบด้วยมันสำปะหลัง กากน้ำตาล และน้ำมันปาล์มดิบ นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ BBGI ประกอบด้วยบริษัทย่อย 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด, บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด, บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด และบริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นใน BBGI สัดส่วนร้อยละ 60


บมจ. บีบีจีไอ
บมจ. บีบีจีไอ (BBGI) มีทุนจดทะเบียน 2,532 ล้านบาท ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่าง BBH และ KSLGI และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 60 มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1,710,000 ลิตรต่อวัน แบ่งเป็นเอทานอล 900,000 ลิตรต่อวัน และไบโอดีเซล 810,000 ลิตรต่อวัน ประกอบด้วยบริษัทย่อย 4 บริษัท ดังนี้


บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด
บริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) มีทุนจดทะเบียน 281.5 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 70 จัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจผลิตไบโอดีเซลโดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบหลัก ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 810,000 ลิตรต่อวันในบริเวณพื้นที่เดียวกันติดกับคลังน้ำมันบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้างโรงงานต้นแบบทดลองผลิต ผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงจากกรดไขมันปาล์ม เพื่อเพิ่มมูลค่าแก่ผลิตภัณฑ์ที่ได้ระหว่างกระบวนการผลิตไบโอดีเซล พร้อมทั้งเริ่มโครงการผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ


บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด
บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด (BBE) มีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 85 ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอล 99.5% มีกำลังผลิต 150,000 ลิตรต่อวัน โดยใช้มันสำปะหลังสดและมันสำปะหลังเส้นเป็นวัตถุดิบ เพื่อรองรับปริมาณความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เอทานอลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด
บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (UBE) มีทุนจดทะเบียน 2,740 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 21.28 ตั้งอยู่ที่ อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบธุรกิจผลิตเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง มีกำลังผลิตเอทานอล 400,000 ลิตรต่อวัน โดยสามารถใช้มันสำปะหลังสด มันเส้น และกากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการจัดหาเอทานอลให้กับบริษัทฯ และรองรับการขยายการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 นอกจากนั้น บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ยังมีบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจด้านการแปรรูปมันสำปะหลังเป็นแป้ง ขนาดกำลังการผลิต 700 ตันแป้งต่อวัน และมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตแป้งและเอทานอล


บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KGI มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท ซึ่งมี BBGI ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลโดยใช้กากน้ำตาล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาล ปัจจุบัน KGI มีโรงงานผลิตเอทานอลจำนวน 2 แห่ง โดยมีกำลังการผลิตรวม 350,000 ลิตรต่อวัน ในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น และอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ KGI ยังมีโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพที่ได้จากการบำบัดน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตเอทานอล

ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาธุรกิจใหม่

บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท BCP Energy International Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมีและทรัพยากรธรรมชาติ และดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมในต่างประเทศ


บริษัทฯ จัดตั้งบริษัท BCP Innovation Pte. Ltd. ขึ้นในประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับนวัตกรรมในต่างประเทศ โดยลงทุนในบริษัท Lithium Americas Corp. ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แคนาดา ประกอบธุรกิจเหมืองลิเทียมในประเทศอาร์เจนตินาและสหรัฐอเมริกา ลิเทียมเป็นธาตุที่มีแนวโน้มความต้องการใช้งานเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับผลิตแบตเตอรี่สำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ


BCP Energy International Pte. Ltd.
BCP Energy International Pte. Ltd. (BCPE) มีทุนจดทะเบียน 111.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านพลังงาน ปิโตรเคมี และทรัพยากรธรรมชาติในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPE ได้เข้าลงทุนในบริษัท Nido Petroleum Pty Ltd. คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นสามัญร้อยละ 100


BCP Innovation Pte. Ltd.
BCP Innovation Pte. Ltd. (BCPI) มีทุนจดทะเบียน 5.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จัดตั้งขึ้นในประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการและการลงทุนธุรกิจเกี่ยวกับด้านนวัตกรรมในต่างประเทศ ปัจจุบัน BCPI ลงทุนในบริษัท Lithium Americas Corp. คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นสามัญร้อยละ 15.86 (ณ ธันวาคม 2560)


Nido Petroleum Pty Ltd.
Nido Petroleum Pty Ltd. (Nido) ประกอบธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มุ่งเน้นการลงทุนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้ถือสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่ดำเนินการผลิตแล้ว ได้แก่ Galoc, Nido, Matinloc ในประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันมีปริมาณการผลิตรวมประมาณ 3,500 บาร์เรลต่อวัน รวมถึงยังได้ถือสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและการสำรวจ คือ West Linapacan ในประเทศฟิลิปปินส์ และสิทธิในแหล่งปิโตรเลียมที่อยู่ระหว่างการสำรวจคือ SC6B, SC14D, SC54A, SC54B, SC58 และ SC63 ในประเทศฟิลิปปินส์


Lithium Americas Corp.
Lithium Americas Corp. (LAC) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตรอนโต ประเทศแคนาดา และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบธุรกิจเหมืองแร่ลิเทียม เพื่อผลิตเป็นลิเทียมคาร์บอเนตและลิเทียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่สำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่กำลังเติบโตอย่างมาก อาทิเช่น รถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพาต่างๆ

ปัจจุบัน LAC อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการเหมืองแร่ลิเทียม 2 แห่ง คือ ที่ประเทศอาร์เจนตินาและประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโครงการเหมืองแร่ลิเทียมที่ประเทศอาร์เจนตินาอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท Minera Exar S.A. คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ในปี 2562 มีกำลังการผลิตลิเทียมคาร์บอเนต 25,000 ตันต่อปี และโครงการเหมืองแร่ลิเทียมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างการพัฒนาโดยบริษัท Lithium Nevada Corp. นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือชื่อบริษัท RheoMinerals Inc. (เดิมชื่อ Hectatone Inc.) ดำเนินการผลิต Organoclay สำหรับงานขุดเจาะสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ได้เริ่มผลิตและจำหน่ายตั้งแต่ปี 2558 ทั้งนี้มีกำลังการผลิตสูงสุดที่ 10,000 ตันต่อปี